บัตรเดบิต K webcard ธนาคารกสิกรไทย สำหรับสมัคร paypal
คุณสมบัติของผู้สมัครใช้บริการ
- เป็นบุคคลธรรมดาที่มีบัญชีออมทรัพย์ หรือ บัญชีกระแสรายวันของธนาคารกสิกรไทย
- มี E-mail Address เพื่อใช้ในการติดต่อกับธนาคาร
- ยังไม่มี User ID ในการเข้าใช้บริการ K-Cyber Banking
หมายเหตุ: ธนาคารกำหนดให้ลูกค้า 1 ท่าน มี K-Cyber Banking User ID ได้เพียงชุดเดียว
(แต่สามารถแอดบัญชีธนาคาร และสมัครบัตร K-web Shopping Card ได้ไม่จำกัด)
เอกสารประกอบการสมัคร
(แต่สามารถแอดบัญชีธนาคาร และสมัครบัตร K-web Shopping Card ได้ไม่จำกัด)
เอกสารประกอบการสมัคร
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน (หรือ Passport กรณีเป็นชาวต่างชาติ)
- สมุดบัญชีที่จะใช้ในการสมัครบริการ (กรณีต้องการใช้บัญชีออมทรัพย์ที่เปิดอยู่แล้วในการสมัครบริการ)
ขั้นตอนการสมัครใช้บริการ สามารถทำได้ 2 ทาง
1.สมัครบริการที่สาขาธนาคารกสิกรไทย
นำ บัตรประจำตัวประชาชน พร้อมกับสมุดบัญชี (กรณีต้องการใช้บัญชีออมทรัพย์ในการสมัครบริการ) ไปติดต่อที่ธนาคารกสิกรไทยสาขาใดก็ได้ กรอกใบสมัครบริการ K-Cyber Banking พร้อมลงลายมือชื่อแล้วยื่นใบสมัครพร้อมเอกสารประกอบการสมัครแก่เจ้าหน้าที่
นำ บัตรประจำตัวประชาชน พร้อมกับสมุดบัญชี (กรณีต้องการใช้บัญชีออมทรัพย์ในการสมัครบริการ) ไปติดต่อที่ธนาคารกสิกรไทยสาขาใดก็ได้ กรอกใบสมัครบริการ K-Cyber Banking พร้อมลงลายมือชื่อแล้วยื่นใบสมัครพร้อมเอกสารประกอบการสมัครแก่เจ้าหน้าที่
เปิด บัญชีใหม่ (สำหรับคนที่ยังไม่มีบัญชีของกสิกรไทย) (ถ้าเป็นสาขาที่อยู่ในห้างจะให้บริการถึง 19.00 น. ไม่เว้นวันหยุด) คนที่มีบัญชีแล้วนำสมุดบัญชีไปติดต่อเจ้าหน้าที่ พร้อมทั้งแจ้งขอเปิดบริการ K-Cyber Banking ด้วย ได้เลย
* การเปิดบัญชีควรฝากเงินขั้นต่ำไว้ในบัญชีที่ 500 บาท เพื่อใช้สำหรับเริ่มต้นธุรกิจครับ
2. สมัครบริการที่เครื่องเอทีเอ็มกสิกรไทย (K-ATM) ภายในช่วงเวลา 06.00 – 22.00 น.
หมายเหตุ: ระบบจะจัดส่งรหัสผ่านสำหรับการเข้าสู่ระบบ K-Cyber Banking ให้กับท่านทาง SMS ภายใน 1 วันทำการ
ขั้นตอนการสมัครบัตร K-Web Shopping Card
1. login เข้าสู่ k-cyber banking และเลือกเมนู k-web shopping card แล้วเลือก สมัครใช้บริการ
2. เลือกบัญชีที่ต้องการ และตั้งวงเงิน (แนะนำตั้งไว้เต็มmax 100,000 บาทไปเลยครับ ไม่มีผลอะไรกับหนี้สินแน่นอน)
3. คลิก ยอมรับ
4. เป็นอันเสร็จเรียบร้อยครับ ง่ายไหมเอ่ย
หลังจากนั้นรอ Email จากธนาคารประมาณ 10ชั่วโมงครับ
5. จะได้รับ email แบบนี้
6. หลักจากนั้นเราก็ login เข้า k-cyber อีกรอบครับ แล้วเข้าไปที่ ดูรายละเอียดบัตร
7. หมายเลข OTP จะถูกส่งไปใน เบอร์โทรของเพื่อนๆที่ได้กรอกไว้ตอนสมัคร K-cyber ครับ
8 . เลือกบัตรที่ต้องการครับ
9. มาแว๊ววว บัตร k-web อิอิ
เพียงเท่านี้เพื่อนๆก็นำหมายเลขบัตรตรงนี้ไปแทนบัตรเครดิตได้แล้วครับผม
อีกทางเลือกหนึ่งสำหรับคนไม่มี บัตรเดรดิตครับ ก็ใช้บัตรเดบิต ของธนาคารกรุงเทพได้ ที่เป็นบัตร Be’1st (บีเฟริส) ครับ
ใช้บัตร Be1st รุ่น international (เพื่อนๆที่ทำบัตรหลังจาก 1 มีนาคม 2552 จะได้รุ่นนี้หมด)
อีกทางเลือกหนึ่งสำหรับคนไม่มีบัตรเดรดิต สามารถใช้บัตรเดบิต (atm) ของธนาคารกรุงเทพได้ที่เป็นบัตร Be1st (บีเฟิร์สท) ใครที่มีบัตร Be1st อยู่แล้ว ก็สามารถนำมาใช้ได้ หรือถ้าไม่มี ก็สามารถทำใหม่ได้ ไปที่ธนาคาร เปิดบัญชีออมทรัพย์ ทำประมาณ 30 นาที ก็ได้บัตรมาใช้แล้ว มีค่าธรรมเนียมแรกเข้าประมาณ 300 บาท สำหรับผู้ที่จะทำบัตรใหม่ ให้เตรียมบัตรประชาชน + เงิน 300 บาท ค่าธรรมเนียมบัตร + เงินฝาก 500 บาทค่าทำธุรกิจ ไปขอเปิดบัญชีออมทรัพย์ ก็จะได้บัตรมาใช้
1. จะสมัครได้ที่ไหน
สมัคร ได้ที่ธนาคารกรุงเทพทุกสาขาใกล้บ้านท่าน หรือหากท่านต้องการเปิดบัญชีใหม่กับธนาคารกรุงเทพประเภทสะสมทรัพย์ หรือกระแสรายวัน ท่านก็สามารถสมัครบัตรเดบิตบีเฟิสต์ควบคู่กับการเปิดบัญชีใหม่เช่นเดียวกัน
สมัคร ได้ที่ธนาคารกรุงเทพทุกสาขาใกล้บ้านท่าน หรือหากท่านต้องการเปิดบัญชีใหม่กับธนาคารกรุงเทพประเภทสะสมทรัพย์ หรือกระแสรายวัน ท่านก็สามารถสมัครบัตรเดบิตบีเฟิสต์ควบคู่กับการเปิดบัญชีใหม่เช่นเดียวกัน
2. ใครบ้างที่สมัครบัตรเดบิตบีเฟิสต์ได้
ทุกท่านสามารถสมัครเป็นเจ้าของบัตรเดบิตบีเฟิสต์ได้ เพียงท่านมีบัญชีสะสมทรัพย์ หรือบัญชีกระแสรายวัน ของธนาคารกรุงเทพ
ทุกท่านสามารถสมัครเป็นเจ้าของบัตรเดบิตบีเฟิสต์ได้ เพียงท่านมีบัญชีสะสมทรัพย์ หรือบัญชีกระแสรายวัน ของธนาคารกรุงเทพ
3. ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง
กรุณาเตรียมบัตรประจำตัวประชาชนหรือหนังสือเดินทางและสมุดเงินฝาก และมอบให้แก่เจ้าหน้าที่ธนาคารเพื่อใช้ประกอบการสมัคร
กรุณาเตรียมบัตรประจำตัวประชาชนหรือหนังสือเดินทางและสมุดเงินฝาก และมอบให้แก่เจ้าหน้าที่ธนาคารเพื่อใช้ประกอบการสมัคร
4. ควรใช้บัญชีไหนในการสมัคร
ท่าน สามารถใช้บัตรเดบิตบีเฟิสต์กับบัญชีเงินฝากธนาคารกรุงเทพได้สูงสุดถึง 10 บัญชี (บัญชีกระแสรายวัน 5 บัญชี และบัญชีสะสมทรัพย์ 5 บัญชี รวมถึงบัญชีกองทุนรวม) และกำหนดบัญชีหลักไว้ 1 บัญชี สำหรับหักชำระค่าธรรมเนียมในการทำ ธุรกรรมบางรายการ
ท่าน สามารถใช้บัตรเดบิตบีเฟิสต์กับบัญชีเงินฝากธนาคารกรุงเทพได้สูงสุดถึง 10 บัญชี (บัญชีกระแสรายวัน 5 บัญชี และบัญชีสะสมทรัพย์ 5 บัญชี รวมถึงบัญชีกองทุนรวม) และกำหนดบัญชีหลักไว้ 1 บัญชี สำหรับหักชำระค่าธรรมเนียมในการทำ ธุรกรรมบางรายการ
5. ทำอย่างไรหากยังไม่มีบัญชีธนาคาร กรุงเทพ
ท่านสามารถเปิดบัญชีธนาคารกรุงเทพได้ที่สาขา ธนาคารกรุงเทพใกล้บ้านท่าน ขั้นตอนก็ไม่ยุ่งยาก เพียงแสดงบัตรประชาชน หรือหนังสือเดินทาง เพื่อขอเปิดบัญชีสะสมทรัพย์ หรือบัญชีกระแสรายวัน และเจ้าหน้าที่ธนาคารจะแนะนำให้ท่านสมัครใช้บัตรเดบิตบีเฟิสต์ควบคู่กับการ เปิดบัญชีดังกล่าว
ท่านสามารถเปิดบัญชีธนาคารกรุงเทพได้ที่สาขา ธนาคารกรุงเทพใกล้บ้านท่าน ขั้นตอนก็ไม่ยุ่งยาก เพียงแสดงบัตรประชาชน หรือหนังสือเดินทาง เพื่อขอเปิดบัญชีสะสมทรัพย์ หรือบัญชีกระแสรายวัน และเจ้าหน้าที่ธนาคารจะแนะนำให้ท่านสมัครใช้บัตรเดบิตบีเฟิสต์ควบคู่กับการ เปิดบัญชีดังกล่าว
6. สมัครแล้วต้องรอรับบัตรนานแค่ไหน
สมัคร แล้วท่านสามารถรอรับบัตรเดบิตบีเฟิสต์ได้ทันที
สมัคร แล้วท่านสามารถรอรับบัตรเดบิตบีเฟิสต์ได้ทันที
7. ต้องเสียค่าธรรมเนียมเท่าใด
ค่าธรรมเนียมแรกเข้าเพียง 100 บาท และค่าธรรมเนียมรายปี 200 บาท
ค่าธรรมเนียมแรกเข้าเพียง 100 บาท และค่าธรรมเนียมรายปี 200 บาท
Note:
ถ้าคุณสมัครบัตรปีเฟริส และรับบัตรปีเฟริสทันทีที่สาขาเลย บัตรจะไม่มีเลข CVV หรือ (CSC)หลังบัตร บัตรปีเฟริส์ใบนั้นจะไม่สามารถใช้สมัครPayPalได้และไม่สามารถซื้อสินค้าออ นไลน์บนอินเตอร์เน็ตได้ บัตรวีซ่าอิเล็กตรอนก็ใช้ไม่ได้นะครับถึงจะมี เลข CVV ก็ตาม คุณจะต้องบอกกับธนาคารกรุงเทพสาขาที่คุณไปเปิดบัตรปีเฟริสว่า ต้องการสมัครบัตรปีเฟริสที่ออกโดย ธนาคารกรุงเทพทางสำนักงานใหญ่เท่านั้น และจะต้องเป็นบัตรที่มีเลข CVV หรือ (CSC)หลังบัตรบัตรปีเฟริส์เท่านั้นด้วย คุณถึงจะใช้บัตรปีเฟริสที่มีเลข CVV หรือ (CSC) สมัครPaypal ได้
ถ้าคุณสมัครบัตรปีเฟริส และรับบัตรปีเฟริสทันทีที่สาขาเลย บัตรจะไม่มีเลข CVV หรือ (CSC)หลังบัตร บัตรปีเฟริส์ใบนั้นจะไม่สามารถใช้สมัครPayPalได้และไม่สามารถซื้อสินค้าออ นไลน์บนอินเตอร์เน็ตได้ บัตรวีซ่าอิเล็กตรอนก็ใช้ไม่ได้นะครับถึงจะมี เลข CVV ก็ตาม คุณจะต้องบอกกับธนาคารกรุงเทพสาขาที่คุณไปเปิดบัตรปีเฟริสว่า ต้องการสมัครบัตรปีเฟริสที่ออกโดย ธนาคารกรุงเทพทางสำนักงานใหญ่เท่านั้น และจะต้องเป็นบัตรที่มีเลข CVV หรือ (CSC)หลังบัตรบัตรปีเฟริส์เท่านั้นด้วย คุณถึงจะใช้บัตรปีเฟริสที่มีเลข CVV หรือ (CSC) สมัครPaypal ได้
บัตรบีเฟิร์สท คือ บัตร ATM ที่ออกโดยธนาคารกรุงเทพ มีสัญลักษณ์ VISA แปะอยู่หน้าบัตร
ตัวอย่างลักษณะบัตร Be-1st (บีเฟิร์สท) รุ่นต่าง ๆ ที่ใช้งานได้
ตัวอย่างลักษณะบัตร Be-1st (บีเฟิร์สท) รุ่นต่าง ๆ ที่ใช้งานได้
ตัวอย่างบัตรแบบที่ 1
ตัวอย่างบัตรแบบที่ 2
ตัวอย่างบัตรแบบที่ 3
Expiration Date: 09/16 ( วันหมดอายุของบัตร 09/2016)
Cardholder Name: ชื่อเจ้าของบัตร
Card Security Code (CSC หรือ CVV): หมายเลข vcc หรือ csc
Cardholder Name: ชื่อเจ้าของบัตร
Card Security Code (CSC หรือ CVV): หมายเลข vcc หรือ csc
ข้อดี : รวดเร็วไม่ยุ่งยากซับซ้อน
สิ่งที่บัตรต้องมี
- เลขบัตร 16 หลัก อยู่ด้านหน้าบัตร
- ชื่อเจ้าของบัตร อยู่ด้านหน้าบัตร
- วันหมดอายุ อยู่ด้านหน้าบัตร
- เลข 3 หลัก อยู่ด้านหลังบัตร
- เลขบัตร 16 หลัก อยู่ด้านหน้าบัตร
- ชื่อเจ้าของบัตร อยู่ด้านหน้าบัตร
- วันหมดอายุ อยู่ด้านหน้าบัตร
- เลข 3 หลัก อยู่ด้านหลังบัตร
** ถ้าไม่มีเลข 3 หลักแสดงว่าบัตร Be1st ใบนั้น ไม่สารมารถใช้ใน Internet ได้ ให้เปลี่ยนใบใหม่ได้เลยนะ
วีดีโอแนะนำขั้นตอนการเปิดใช้บริการ Be1st
วิธีการทำ
1. เปิดบัญชีใหม่กับธนาคารกรุงเทพ แล้วบอกเจ้าหน้าที่ว่าทำบัตร Be1st ด้วย และต้องมีเงินในบัญชีอย่างน้อย 500 บาทด้วยนะเพื่อนๆ
2. หลังจากได้บัตรให้ตั้งวงเงินบัตร ( ทุกคนต้องทำอยู่แล้ว ) โทรไปที่ 1333
2. หลังจากได้บัตรให้ตั้งวงเงินบัตร ( ทุกคนต้องทำอยู่แล้ว ) โทรไปที่ 1333
กด 1 เลือกภาษาไทย
กด 3 เปลี่ยนแปลงวงเงินบัตร be1st
กด 3 เปลี่ยนแปลง/ตั้งวงเงินบัตร
กดเลขหน้าบัตร 16 หลัก กดรหัสประจำตัว 4 หลัก
กด 1 สอบถามจำนวนที่ใช้ซื้อสินค้าได้ต่อวัน ถ้าตั้งแล้วก็ไม่ต้องทำอะไรต่อ
กด 2 เปลี่ยนแปลงจำนวนที่ใช้ซื้อสินค้าได้ต่อวัน
กด 3 เปลี่ยนแปลงวงเงินบัตร be1st
กด 3 เปลี่ยนแปลง/ตั้งวงเงินบัตร
กดเลขหน้าบัตร 16 หลัก กดรหัสประจำตัว 4 หลัก
กด 1 สอบถามจำนวนที่ใช้ซื้อสินค้าได้ต่อวัน ถ้าตั้งแล้วก็ไม่ต้องทำอะไรต่อ
กด 2 เปลี่ยนแปลงจำนวนที่ใช้ซื้อสินค้าได้ต่อวัน
( ปกติเมื่อก่อนธนาคารจะตั้งไว้ที่ 20,000 บาท ดังนั้นเราก็ตั้งที่ 20,000 บาท )
* การตั้งวงเงินบัตรที่จะใช้ซื้อสินค้า จะเป็นวงเงินเดียวกับที่้เพื่อนๆใช้รูดซื้อสินค้าตามปกติ *
* การตั้งวงเงินบัตรที่จะใช้ซื้อสินค้า จะเป็นวงเงินเดียวกับที่้เพื่อนๆใช้รูดซื้อสินค้าตามปกติ *
3. โทรไป Verified ก่อน จะได้ใช้ผ่านอินเตอร์เน็ตได้ (Verified by Visa) โทรไป Verified ที่ 1333
ขั้นตอนวิธีการ Verified by Visa
1) โทรศัพท์มายัง บัวหลวงโฟน 1333 หรือ 66-2645-5555
2) กด 7 เพื่อสมัครใช้บริการ Verified by Visa
3) กด 1 เพื่อทำการตั้งหมายเลขอ้างอิงสำหรับลงทะเบียน Verified by Visa
4) กดหมายเลขบัตร Be1st ของเพื่อนๆ
5) กดรหัสลับส่วนตัว (PIN) ของเพื่อนๆ
6) กดหมายเลขอ้างอิง 8 หลักที่เพื่อนๆต้องการ
7) กดหมายเลขอ้างอิง 8 หลักของเพื่อนๆอีกครั้งเพื่อทำการยืนยัน
2) กด 7 เพื่อสมัครใช้บริการ Verified by Visa
3) กด 1 เพื่อทำการตั้งหมายเลขอ้างอิงสำหรับลงทะเบียน Verified by Visa
4) กดหมายเลขบัตร Be1st ของเพื่อนๆ
5) กดรหัสลับส่วนตัว (PIN) ของเพื่อนๆ
6) กดหมายเลขอ้างอิง 8 หลักที่เพื่อนๆต้องการ
7) กดหมายเลขอ้างอิง 8 หลักของเพื่อนๆอีกครั้งเพื่อทำการยืนยัน
เป็นอันเสร็จสิ้นการขอหมายเลขอ้างอิง (Reference Code)
จากนั้นระบบจะแนะนำให้เพื่อนๆไปลงทะเบียนบนอินเตอร์เน็ตอีกครั้งกับหมายเลขอ้างอิง 8 หลักที่เพื่อนๆสมัครใช้กับ 1333 ที่เว็บไซต์ ตามลิงค์เว็บไซต์ข้างล่างนี้ (ทำตามคำแนะนำหน้านี้ได้เลย)
อย่าลืมขอสมัครทำ ไอแบงค์กิ้ง ด้วย
*** เมื่อขอทำบัตรปีเฟริสเสร็จแล้ว บอกธนาคารว่าขอสมัคร internet banking (ไอแบงค์กิ้ง)***
ต่อได้เลย เพื่อทำธุรกรรมออนไลน์ เช่น เช็คยอดเงิน โอนเงิน หรือธุรกรรมอื่น ๆ ดาวน์โหลดเอกสาร
สมัครไอแบงค์กิ้งได้ที่ http://www.bangkokbank.com/download/Application_BualuangiBanking.pdf
(กรอกเอกสารให้ครบถ้วนแล้วเซ็นต์ชื่อต่อหน้าเจ้าหน้าที่ธนาคาร)
ต่อได้เลย เพื่อทำธุรกรรมออนไลน์ เช่น เช็คยอดเงิน โอนเงิน หรือธุรกรรมอื่น ๆ ดาวน์โหลดเอกสาร
สมัครไอแบงค์กิ้งได้ที่ http://www.bangkokbank.com/download/Application_BualuangiBanking.pdf
(กรอกเอกสารให้ครบถ้วนแล้วเซ็นต์ชื่อต่อหน้าเจ้าหน้าที่ธนาคาร)
เอกสารที่จะต้องนำไปด้วย เพื่อสมัครใช้ไอแบงค์กิ้ง หรือ internet banking
โปรดนำใบสมัครที่กรอกแล้วพร้อมเอกสารดังต่อไปนี้มายังธนาคาร
1. สมุดคู่ฝาก
2. บัตรประชาชน หรือ
3. บัตรที่มีตัวเลข 13 หลักและมีรูปถ่ายที่ทางราชการออกให้
4. หนังสือเดินทาง (กรณีเป็นชาวต่างชาติ)
5. ใบอนุญาตทำงานที่ยังไม่หมดอายุ หรือใบสำคัญถิ่นที่อยู่ (กรณีเป็นชาวต่างชาติ)
หลังจากได้รหัสผ่านจากธนาคาร ท่านสามารถเข้าระบบเพื่อจัดการธุรกรรมบัญชีของเรา
ได้ ที่นี้ (https://ibanking.bangkokbank.com/BiB/index_th.html)
โปรดนำใบสมัครที่กรอกแล้วพร้อมเอกสารดังต่อไปนี้มายังธนาคาร
1. สมุดคู่ฝาก
2. บัตรประชาชน หรือ
3. บัตรที่มีตัวเลข 13 หลักและมีรูปถ่ายที่ทางราชการออกให้
4. หนังสือเดินทาง (กรณีเป็นชาวต่างชาติ)
5. ใบอนุญาตทำงานที่ยังไม่หมดอายุ หรือใบสำคัญถิ่นที่อยู่ (กรณีเป็นชาวต่างชาติ)
หลังจากได้รหัสผ่านจากธนาคาร ท่านสามารถเข้าระบบเพื่อจัดการธุรกรรมบัญชีของเรา
ได้ ที่นี้ (https://ibanking.bangkokbank.com/BiB/index_th.html)
Be Secure? ความปลอดภัยรูปแบบใหม่สำหรับนักช้อปออนไลน์เพื่อเพิ่มความมั่นใจ ให้ผู้ถือบัตรธนาคารกรุงเทพในการชำระค่าสินค้าและบริการด้วยบัตรเครดิตทาง อินเทอร์เน็ต ธนาคารได้พัฒนาระบบความปลอดภัยรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า “Be Secure?” เพื่อให้สามารถรองรับระบบ “Verified by Visa (VbV)” ซึ่งช่วยยืนยันตัวตนของผู้ถือบัตรได้ถูกต้องและแม่นยำยิ่งขึ้น
Be Secure? เป็นระบบมาตรฐานความปลอดภัยรูปแบบใหม่ที่ธนาคารกรุงเทพ บริษัทวีซ่า อินเตอร์เนชั่นแนล และบริษัทมาสเตอร์ การ์ด อินเตอร์เนชั่นแนล ร่วมกันพัฒนาขึ้นสำหรับการชำระค่าสินค้าและบริการทางอินเทอร์เน็ตด้วยบัตร เครดิตหรือบัตรเดบิตให้แก่ร้านค้าในระบบออนไลน์ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้ถือบัตร โดยผู้ถือบัตรเครดิตและบัตรเดบิตธนาคารกรุงเทพสามารถใช้ระบบ Be Secure? ได้ กล่าวคือ
1.ผู้ถือบัตรเครดิตวีซ่าทุกประเภทและบัตรบีเฟิสต์ สามารถใช้บริการ Verified by Visa (VbV)
2.ผู้ถือบัตรเครดิตมาสเตอร์ การ์ดทุกประเภท สามารถใช้บริการ MasterCard Secure Code (ผู้ถือบัตรเครดิตมาสเตอร์การ์ดทุกประเภทเริ่มใช้บริการได้ตั้งแต่ 15 เมษายน 2550)
1.ผู้ถือบัตรเครดิตวีซ่าทุกประเภทและบัตรบีเฟิสต์ สามารถใช้บริการ Verified by Visa (VbV)
2.ผู้ถือบัตรเครดิตมาสเตอร์ การ์ดทุกประเภท สามารถใช้บริการ MasterCard Secure Code (ผู้ถือบัตรเครดิตมาสเตอร์การ์ดทุกประเภทเริ่มใช้บริการได้ตั้งแต่ 15 เมษายน 2550)
ประโยชน์ของการ สมัครใช้บริการ Be Secure?1. เพิ่มความปลอดภัยในการชำระค่าสินค้าและบริการทางอินเทอร์เน็ตด้วยบัตรเครดิต และบัตรเดบิต ด้วยรหัส VbV/Secure Code ซึ่งผู้ถือบัตรเป็นผู้กำหนดขึ้นเอง เพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลอื่นลักลอบใช้หมายเลขบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตของคุณ ในการทำธุรกรรมทางอินเทอร์เน็ต
2. เพิ่มความมั่นใจด้วยการใช้รหัสส่วนตัว (PAM) ที่จะปรากฏในหน้าเว็บไซต์ขณะทำรายการ เพื่อให้แน่ใจว่าคุณกำลังทำธุรกรรมกับร้านค้าที่ได้รับการรับรอง จากบริษัทวีซ่า อินเตอร์เนชั่นแนล และบริษัทมาสเตอร์การ์ด อินเตอร์เนชั่นแนล
3. คุณสามารถสมัครใช้บริการนี้ได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น
2. เพิ่มความมั่นใจด้วยการใช้รหัสส่วนตัว (PAM) ที่จะปรากฏในหน้าเว็บไซต์ขณะทำรายการ เพื่อให้แน่ใจว่าคุณกำลังทำธุรกรรมกับร้านค้าที่ได้รับการรับรอง จากบริษัทวีซ่า อินเตอร์เนชั่นแนล และบริษัทมาสเตอร์การ์ด อินเตอร์เนชั่นแนล
3. คุณสามารถสมัครใช้บริการนี้ได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น
วิธีสมัคร PayPal โดยใช้บัตรหรือบัญชีของธนาคาร กรุงเทพ กสิกร ไทยพาณิชย์ กรุงไทย ฉบับสมบูรณ์
ก่อนจะสมัครเรามาทำความรู้จักกับ Paypal กันก่อน
PayPal คืออะไร
Paypal (อ่านว่า เพพาว) เป็นธนาคารออนไลน์ ที่มีระบบชำระเงินออนไลน์ที่ได้รับความน่าเชื่อถือจากทั่วโลก และเป็นที่ยอมรับในตลาดสากลว่าเป็นระบบที่มีผู้ใช้งานมากที่สุดในโลกอีกด้วย ถ้าเพื่อนๆ ต้องการซื้อหรือขายสินค้าออนไลน์กับคนทั่วโลก จะต้องสมัครเป็นสมาชิกของ Paypal ที่เป็นเช่นนี้เพราะ หากเราใช้ธนาคารแบบธรรมดา ก็จะซื้อหรือขายสินค้าได้เฉพาะในเมืองไทย ดังนั้นPaypal จึงทำหน้าที่เปรียบเสมือนตัวกลางในการทำธุรกรรมทางการเงินหรือโอนเงินออนไลน์สากลนั่นเอง
ใน 2 ขั้นตอนหลักๆ ของการสมัคร PayPal มีสิ่งที่ต้องใช้ ดังต่อไปนี้
ขั้นตอนที่ 1.คือ การกรอกข้อมูลสมัครกับ Paypal นั้นต้องใช้
1.1 อีเมลล์ที่ใช้งานได้จริง ของ Hotmail, Gmail, Yahoo หรือที่อื่นอะไรก็ได้
1.2 ชื่อ-นามสกุล ตรงตามบัญชีธนาคาร
1.3 ที่อยู่จริงตามบัตรประชาชน และเบอร์โทรศัพท์
1.4 บัตรเครดิต หรือบัตรเดบิตที่ Verified by Visa แล้ว ถ้ายังไม่มีบัตรก็สมัครได้ตามขั้นตอนที่ 1 แล้วค่อยเอาข้อมูลบัตรมากรอกภายหลังได้ ในขั้นตอนที่ 2
1.2 ชื่อ-นามสกุล ตรงตามบัญชีธนาคาร
1.3 ที่อยู่จริงตามบัตรประชาชน และเบอร์โทรศัพท์
1.4 บัตรเครดิต หรือบัตรเดบิตที่ Verified by Visa แล้ว ถ้ายังไม่มีบัตรก็สมัครได้ตามขั้นตอนที่ 1 แล้วค่อยเอาข้อมูลบัตรมากรอกภายหลังได้ ในขั้นตอนที่ 2
ขั้นตอนที่ 2. คือ การยืนยันตัวตน กับ Paypal นั้นต้องใช้
2.1 บัตรเดบิต/บัตรเครดิต หรือบัญชีธนาคาร (ให้เลือกบัตรหรือบัญชีธนาคาร อย่างใดอย่างหนึ่ง) ถ้าไม่มีบัตรเครดิต
- สามารถใช้บัตรเดบิดแทนได้ โดยขณะนี้มี 2 ธนาคารเท่านั้นที่สนับสนุนให้สามารถใช้บัตรสมัคร Paypal ได้คือ บัตร Be1st (อ่านว่า บีเฟิร์ส) ของธนาคารกรุงเทพ และ บัตร K-Web Shopping Card ของธนาคารกสิกรไทย (ส่วนบัตรเดบิตและบัตร ATM ของธนาคารอื่น ตอนนี้ยังไม่สามารถใช้สมัคร Paypal ได้ครับ) ถ้าไม่มีบัตรเครดิตการ์ด ก็ใช้บัตร K-Web Shopping Card ของธนาคารกสิกรไทย หรือ ใช้บัตรบีเฟิร์ส ของธนาคารกรุงเทพ ก็ได้ เวลาเงินในบัญชี Paypal ไม่มีหรือไม่พอ Paypal จะดึงเงินจากบัญชีธนาคารของเราผ่านบัตรเดบิต แนะนำให้ทำบัตรเดบิต Be1st ของธนาคารกรุงเทพ เพราะสามารถใช้ซื้อของออนไลน์ได้ด้วย (และขั้นตอนในการสมัครทำบัตร Be1st ไม่ยุ่งยากเหมือนบัตรทำ K-webcard ของธนาคารกสิกรไทย) เปิดบัญชีใหม่ใช้เงิน 500 บาทเท่านั้น นำบัตรไปVerified by Visa แล้วนำมาสมัคร Paypal ตามขั้นตอนในหน้านี้ได้เลย และที่สำคัญ ธ กรุงเทพ ถึงขนาดมีตอบรับทาง call center เกี่ยวกับ paypal เพื่องานนี้เลยครับ
- ใช้บัญชีธนาคารในการยืนยันตัวตนแทนบัตรเครดิตได้ วิธีนี้เหมาะสำหรับคนที่ไม่มีบัตรเดบิตหรือเครดิต แต่ไม่อยากแนะนำ เพราะมีข้อเสียของวิธีนี้คือ
1. ไม่สามารถดึงเงินจากบัญชีธนาคารได้โดยตรง เพราะจะโดนแบนทันที ต้องเอาเงินเข้าบัญชี Paypal ด้วยการโอนจากบัญชีอื่นเท่านั้นครับ
2. บัญชี Paypal จะไม่สมบูรณ์ ติด limited
3 . ไม่มีบัตรเครดิตหรือเดบิตไว้ซื้อของออนไลน์กับเว็บที่ให้เราจ่ายค่าสินค้าโดยใช้บัตรเครดิตหรือบัตรเดบิต แต่ไม่รับ Paypal จึงต้องเสียเวลาทำบัตรเดบิตหรือเครดิตอีกในภายหลัง
2.2 เงินในบัญชี ถ้าสมัครด้วยบัตรควรมีเงินในบัญชีธนาคารประมาณ 100 บาทหรือมากกว่าก็ได้ โดย Paypal จะหักเงินในบัญชีของเราในขั้นตอนนี้ เพื่อต้องการทราบว่า Paypal สามารถตัดเงินจากบัญชีหรือบัตรเราได้จริง แล้วทาง Paypal จะคืนเงินให้ภายหลังในบัญชี Paypal เป็นโบนัส
ถ้ามีทุกอย่างพร้อมแล้ว ต่อไปเรามาเริ่มสมัคร Paypal กันเลย
ขั้นตอนที่ 1 การ สมัคร PayPal โดยใช้บัตรเดบิตของธนาคาร กรุงเทพ กสิกร หรือใช้บัตรเครดิตของธนาคารอื่นๆ เช่น ธนาคารกรุงศรี ไทยพานิชย์ กรุงไทย เป็นต้น
2. คลิกตามรูปเลยครับ แนะนำเลือกแบบ “บัญชีบุคคลพรีเมียร์” ดีที่สุด ได้สิทธิประโยชน์มากกว่า ไม่ต้องมาอัพเกรดอีกในภายหลัง (ถ้าเป็นบริษัทควรเลือกแบบ “บัญชีธุรกิจ”) ตามรูปข้างล่าง

3.กรอกรายละเอียด ตามรูปครับ (กรอกภาษาไทยได้แต่ แนะนำ ว่าควรกรอกรายละเอียดเป็นภาษาอังกฤษ เพราะเป็นสากล คือเมื่อเราซื้อขายกับคนต่างชาติเขาสามารถอ่านชื่อและที่อยู่ของเราได้ ซึ่งสำคัญมาก ทำให้เข้าใจตรงกันว่าเราเป็นเจ้าของบัญชี Paypal นี้) จดรหัสผ่านไว้ด้วยกันลืม ตามรูปข้างล่าง

ตามรูปข้างบน
- ถ้าคุณมีบัตรเครดิต หรือบัตรเดบิตที่ verified by visa แล้ว ให้ใส่ข้อมูลได้เลย ตรงช่องกรอกข้อมูลบัตร วันที่หมดอายุที่บัตรจะเขียนว่า exp ก็ดูที่บัตร เช่น exp 10/18 หมายถึง เดือน 10 ปี 2018 ส่วน cvv คือเลข 3 ตัวให้ดูที่ด้านหลังบัตร
- ถ้าคุณยังไม่มีบัตร สามารถสมัครได้ โดยคลิกเครื่องหมายถูกออกที่หน้าประโยค “เชื่อมโยงบัตรเครดิตของฉันเพื่อให้ฉันเริ่มต้นซื้อสินค้าได้ในทันที(แนะนำให้ทำ)” แล้วให้ล็อกอินเข้ามายืนยันตัวตนด้วยบัตรของคุณได้ในภายหลัง (ดูวิธียืนยันตัวตนด้วยบัตรภายหลังได้ที่นี่ )
- ถ้าคุณมีบัตรเครดิต หรือบัตรเดบิตที่ verified by visa แล้ว ให้ใส่ข้อมูลได้เลย ตรงช่องกรอกข้อมูลบัตร วันที่หมดอายุที่บัตรจะเขียนว่า exp ก็ดูที่บัตร เช่น exp 10/18 หมายถึง เดือน 10 ปี 2018 ส่วน cvv คือเลข 3 ตัวให้ดูที่ด้านหลังบัตร
- ถ้าคุณยังไม่มีบัตร สามารถสมัครได้ โดยคลิกเครื่องหมายถูกออกที่หน้าประโยค “เชื่อมโยงบัตรเครดิตของฉันเพื่อให้ฉันเริ่มต้นซื้อสินค้าได้ในทันที(แนะนำให้ทำ)” แล้วให้ล็อกอินเข้ามายืนยันตัวตนด้วยบัตรของคุณได้ในภายหลัง (ดูวิธียืนยันตัวตนด้วยบัตรภายหลังได้ที่นี่ )
(ต่อจาก) รูปข้างบนเมื่อคลิกที่ปุ่ม “ยอมรับและสร้างบัญชี” แล้ว เราสามารถยืนตัวตนด้วยบัญชีธนาคารได้เลย ถ้าเราต้องการเลือกยืนยันตัวตนแบบใช้บัญชีธนาคาร (ดูวิธียืนยันตัวตนด้วยบัญชีธนาคารคลิกที่นี่)
ปัญหาที่พบบ่อย เมื่อกรอกข้อมูลบัตรไม่ผ่าน จะมีข้อความบอกเราว่าปัญหานั้นเกิดจากอะไร เช่น
Your information is incomplete or incorrect. Please correct the fields below and try again.
• Expiration Date: Please enter a valid card expiration date.
กรอกข้อมูลบัตรไม่ถูกต้อง หรือใส่ไม่ครบ กรุณากรอกให้ถูกต้อง
You have entered an invalid number or partial credit card or debit card number. please check your entry and try again.
• Expiration Date: Please enter a valid card expiration date.
กรอกเลขผิด ให้กรอกเลขที่เกี่ยวกับบัตรให้ถูกต้อง เช่นในกรณี้นี้ใส่ วันที่บัตรหมดอายุ ผิด
This credit card has been denied by the bank that issued your credit card. For detads on why your card was dined, please contact you credit card issuer’s customer service department. or, you may want to try adding a different credit card.
บัตรใบนี้ถูกปฏิเสธ โดยธนาคารผู้ออกบัตร กรุณาสอบถามธนาคารผู้ออกบัตร หรือใช้บัตรอื่นแทน
บัตรยังใช้ได้ยังไม่สมบูรณ์ โดยต้องไปทำบัตรให้ถูกต้องก่อน เช่น บัตรบีเฟิร์ส ต้อง Verify By Visa ก่อน , บัตร k-webcard อาจจะต้องรอประมาณ 4-5 ชม. จึงจะใช้ได้เป็นต้น
That card number is already assigned to another PayPal account. For security purposes, each card may only be assigned to one PayPal account. If you have already opened a PayPal account, please retrieve the relevant information and log in. otherwise, please use a different card.
บัตรใบนี้ใช้กับบัญชี Paypal อื่นไปแล้ว จึงใช้สมัครอีกไม่ได้ ถ้าต้องการเปิดบัญชี Paypal ใหม่ต้องใช้บัตรใบอื่นสมัคร
Before you can add this credit card to another account, you must contact the PayPal Credit Card Team at cardproblems@paypal.com. A customer service representative will respond to your request shortly. If you would rather add a different credit card to your PayPal account, you may do so at any time. Thank you for your cooperation.
ถ้าต้องการเพิ่มบัตรใบนี้ใน Paypal อีกบัญชี ต้องติดต่อทีมบัตรเครดิตของ PayPal โดยส่งอีเมลล์ไปที่ cardproblems@paypal.com พนักงานจะติดต่อคุณโดย เร็ว หรืออีกทางหนึ่ง คือใส่บัตรเครดิตใบอื่นแทน
ถ้าไม่พบปัญหาใดๆตอนกรอกข้อมูลบัตร เมื่อคลิกปุ่ม “ยอมรับและสร้างบัญชี” เราจะมาเจอหน้านี้

เมื่อสมัครผ่านขั้นตอนกรอกข้อมูลบัตรแล้ว เราจะต้องยืนยัน Email ก่อน ให้เข้าไปเช็ค Email ที่เราใช้ สมัครกับ Paypal จะมีเมลล์ที่เพพาวส่งมา 2 ฉบับ แต่ให้คลิกเข้าไปในเมลล์ ที่ชื่อว่า “เปิดใช้บัญชี PayPal ใหม่ของคุณ” ดังรูปข้างล่าง

แล้วคลิกยืนยันที่คำว่า “เปิดใช้บัญชีของฉัน”

จากนั้นเราก็ใส่รหัสผ่าน ให้เหมือนกับตอนที่สมัคร

จากนั้น ก็ใส่คำถามเพื่อความปลอดภัยครับ(กันไว้ในกรณีที่เราลืมรหัสผ่าน)

เท่านี้เราก็สมัครเสร็จแล้ว เหลือแค่ยืนยันตัวตน

ขั้นตอนที่ 2 คือการยืนยันตัวตนกับ Paypal
สามารถเลือกวิธีการยืนยันตัวตนได้ 2 วิธีคือ
1. ยืนยันตัวตนด้วยบัตรเครดิต หรือบัตรเดบิต (แนะนำ) เลือกวิธีนี้ คลิกที่นี่
2. ยืนยันตัวตนด้วยบัญชีธนาคาร เลือกวิธีนี้ คลิกที่นี่
1. ยืนยันตัวตนด้วยบัตรเครดิต หรือบัตรเดบิต (แนะนำ) เลือกวิธีนี้ คลิกที่นี่
2. ยืนยันตัวตนด้วยบัญชีธนาคาร เลือกวิธีนี้ คลิกที่นี่
หากมีข้อสงสัยในการ สมัคร Paypal สามารถสอบถามได้ข้างล่างนี้เลยครับ จะตอบคำถามให้เร็วที่สุด ภายใน 24 ชั่วโมง
ขอบคุณ http://xn--paypal-90t7lta1e1d.blogoho.com/
จากตอนที่แล้ว หลายท่านอาจจะสงสัยว่าถ้าเทรด Forex แล้วมีกำไร เราจะเอาเงินจาก Marketiva ออกมาใช้อย่างไร มาดูกันต่อเลย
เราสามารถถอนเิงินได้ 2 แบบครับ
แบบ 1. การถอนเิงินจากMarketivaเข้าธนาคารในประเทศไทยโดยตรง จะเสียค่าธรรมเนียม $14 ทุกครั้งที่มีการถอนเงิน
1.login เข้าสู้ account
2.ที่แถบเมนู คลิ๊ก Transfer Funds ช่องบน from desk เลือก Live Forex หรือ Live Fund ช่องล่างเลือก Default ใส่จำนวนเงินที่จะย้ายใน ช่อง Amount แล้วคลิ๊ก Transfer แล้ว confirm อืกครั้ง
3.ไปที่แถบเมนู คลิ๊ก withdraw funds เลือก withdrawal by wire transfer กรอกเลขบัญชีและชื่อธนาคารและที่อยู่ของธนาคารที่ต้องการให้ทางMarketivaโอนเงินไปให้
4.คลิ๊ก Withdraw Funds
แบบ 2. การถอนเิงินจากMarketiva ผ่าน WebMoney จะเสียค่าธรรมเนียม $7 เพียงครั้งแรกที่ถอนครั้งต่อไปไม่คิดค่าธรรมเนียม
สมัคร WebMoney ก่อนนะครับ จะคล้ายๆ กับ Paypal เป็นเสมือนธนาคารทางอินเตอร์เน็ตคล้ายๆ กัน (e-currency) แต่คนละบริษัท จัดทำเฉยๆ
WebMoney มีความน่าเชื่อถือ และมีระบบการรักษาความปลอดภัยและให้ความยอมรับอย่างกว้างขวาง ดังนั้นทุกท่าน ต้องสมัครสมาชิก WebMoney ไว้ เพื่อใช้ในการลงทุน ทางอินเตอร์เน็ต การซื้อ การถอนก็ทำได้อย่างง่ายดายเนื่องจาก มีที่รับซื้อ ขาย WebMoney หลายแห่งครับ ในบ้านเราท่านสามารถสั่งซื้อ ขายWebMoney ผ่านเว็บ www.ecurrencyplus.com, www.egoldthai.com หรือ www.e-currencystore.com ได้ครับ
ข้อมูลบริษัท WebMoney
* ชื่อบริษัท : WM Transfer Ltd.
* ก่อตั้งปี : 1998
* ที่ตั้ง : 119049, 7 Koroviy Val str., Moscow, Russia
* ข้อมูลการติดต่อ
- FAX: +7 (495) 727-43-33
- Technical support call center
+7 (495) 727-43-33 - Moscow
+7 (812) 309-02-91 - St. Petersburg
+44 (203) 239-60-39 - UK
+1 (646) 205-28-89 - USA
รายละเอียดเบื้องต้น
* สมัคร: ฟรี
* ค่าธรรมเนียมรายเดือน: ไม่มี
* ค่าธรรมเนียมในการรับเงิน: ไม่มี
* ค่าธรมเนียมในการส่งเงิน: 0.8% สูงสุด 50 USD (WMZ)
วิธีการสมัคร
- Keeper Classic (แนะนำ)
เหมาะ สำหรับผู้ที่ใช้งานคอมพิวเตอร์หลายเครื่องหรือใช้งานคอมพิวเตอร์ร่วมกับผู้ อื่น เนื่องจากการสมัครแบบนี้จะเป็นลักษณะของการดาวน์โหลดโปรแกรม
การใช้งานมาติดตั้งที่เครื่องคอมพิวเตอร์ และเข้าใช้งานโดยใช้รหัสผ่าน
- Keeper Light
เหมาะ สำหรับผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์เครื่องเดียว และไม่มีผู้อื่นมาร่วมใช้คอมพิวเตอร์ด้วย เนื่องจากการสมัครแบบนี้จะเป็นการฝัง Certificate file
ไว้ที่เครื่องคอมพิวเตอร์ ทำให้สามารถเข้าใช้งานได้โดยไม่ต้องใช้รหัสผ่าน
วิธีสมัคร WebMoney Keeper Classic (แนะนำ)
เข้าไปที่เว็บ http://www.wmtransfer.com
แล้วดูตามรูปข้างล่างประกอบได้เลยครับ

หรือสามารถดูการสมัครได้ที่เวบตามรายชื่อนี้ครับ
http://e-currencystore.com/about_webmoney.php
http://www.ecurrencyplus.com/open_wmclassic.php
เกี่ยวกับบัญชี WebMoney
หลัง จากสมัครแล้วผู้ใช้งานจะได้รับหมายเลขบัญชี WebMoney (Webmoney Id หรือ WMId) ซึ่งเป็นตัวเลข 12 หลัก แต่เราจะไม่ใช้เลขบัญชีนี้ในการรับ - ส่งเงิน
เนื่องจาก WebMoney สามารถใช้งานได้หลายสกุลเงิน ดังนั้นผู้ใช้งานจึงต้องสร้างบัญชีย่อยประจำแต่ละสกุลเงินเพื่อใช้ในการรับ ส่งเงิน
* WMR - equivalent to RUR (R-Purse)
* WMZ - equivalent to USD (Z-Purse)
* WME - equivalent to EUR (E-Purse)
* WMU - equivalent to UAH (U-Purse)
* WMB - equivalent to Belorussian Roubles (B-Purse)
* WMY - equivalent to Uzbek Sum (Y-Purse)
* WM-C and WM-D - WMZ equivalent for transactions on - and D-purses
* WMG - equivalent of Gold (G-Purse)
ใน การรับส่งเงินนั้นจะใช้ หมายเลขบัญชีย่อยประจำแต่ละสกุลเงิน เช่น สกุล USD ก็จะใช้เลขบัญชีที่ขึ้นต้นด้วยตัว Z (Zxxxxxxxxxxxx) และ ทำการอ้างอิงด้วย WMId ดังนั้นหมายเลข WMId กับ หมายเลขบัญชีแต่ละสกุลเงินจึงจะไม่ใช่หมายเลขเดียวกัน
ประโยชน์การใช้งานของ Webmoney
1. ใช้สำหรับชำระสินค้าหรือค่าบริการต่างๆ : มี merchant หรือผู้ให้บริการจำนวนมากที่รับชำระเงินด้วย webmoney โดยส่วนใหญ่จะได้รับความนิยมในหมู่ประเทศแถบรัซเซียและยุโรป ซึ่งเราสามารถเช็คการให้เว็ปไซด็ ต่างๆเหล่านั้นได้ที่นี้
2. ใช้สำหรับรับส่งเงินระหว่างบัญชี(send money by e-mail): webmoney มีจุดประสงค์ที่สำคัญคือการให้สมาชิกสามารถส่งเงินออนไลน์หากันได้ โดยทาง webmoney จะมีบริการของตัวแทน(exchanger) สำหรับ ผู้ต้องการแลก เปลี่ยนสกุลเงิน(currency exchange) หรือสามารถ เปลี่ยนสกุลเงินต่างๆ ภายในบัญชีได้เอง หรือยังสามารถแลกเปลี่ยนสกุลเงิน webmoney เป็น e-currency อื่นๆ ได้อีก เราสามารถเช็คตัวแทน ในการแลกเปลี่ยน e-currency ได้ที่นี่
3. ใช้สำหรับลงทุนด้าน forex : มีโปรเกอร์จำนวนไม่ใช่น้อย ที่นิยมนำ webmoney มาใช้ชำระเงินผ่านระบบการลงทุน forex โปรเกอร์เหล่านั้นได้แก่maketiva.com , litforex.org, FxOpen.com เป็นต้น
จาก 2 วิธีที่กล่าวมานี้ อาจจะมีข้อดีข้อเสียต่างกัน ถ้าใช้แบบแรกก็สะดวกดี แต่ค่าธรรมเนียมแพง ถ้าใช้แบบที่สองก็จะยุ่งยากหน่อย แต่ค่าธรรมเนียมถูกกว่า แล้วแต่จะเลือกใช้นะครับ
จากนี้เราก็สามารถถอนเงินจากการเทรด Forex ออกมาใช้ได้แล้วครับ
ขอให้ทุกท่านลงทุนอย่างมีสติ และขอให้รวยๆ ทุกท่านครับ
เราสามารถถอนเิงินได้ 2 แบบครับ
แบบ 1. การถอนเิงินจากMarketivaเข้าธนาคารในประเทศไทยโดยตรง จะเสียค่าธรรมเนียม $14 ทุกครั้งที่มีการถอนเงิน
1.login เข้าสู้ account
2.ที่แถบเมนู คลิ๊ก Transfer Funds ช่องบน from desk เลือก Live Forex หรือ Live Fund ช่องล่างเลือก Default ใส่จำนวนเงินที่จะย้ายใน ช่อง Amount แล้วคลิ๊ก Transfer แล้ว confirm อืกครั้ง
3.ไปที่แถบเมนู คลิ๊ก withdraw funds เลือก withdrawal by wire transfer กรอกเลขบัญชีและชื่อธนาคารและที่อยู่ของธนาคารที่ต้องการให้ทางMarketivaโอนเงินไปให้
4.คลิ๊ก Withdraw Funds
แบบ 2. การถอนเิงินจากMarketiva ผ่าน WebMoney จะเสียค่าธรรมเนียม $7 เพียงครั้งแรกที่ถอนครั้งต่อไปไม่คิดค่าธรรมเนียม
สมัคร WebMoney ก่อนนะครับ จะคล้ายๆ กับ Paypal เป็นเสมือนธนาคารทางอินเตอร์เน็ตคล้ายๆ กัน (e-currency) แต่คนละบริษัท จัดทำเฉยๆ
WebMoney มีความน่าเชื่อถือ และมีระบบการรักษาความปลอดภัยและให้ความยอมรับอย่างกว้างขวาง ดังนั้นทุกท่าน ต้องสมัครสมาชิก WebMoney ไว้ เพื่อใช้ในการลงทุน ทางอินเตอร์เน็ต การซื้อ การถอนก็ทำได้อย่างง่ายดายเนื่องจาก มีที่รับซื้อ ขาย WebMoney หลายแห่งครับ ในบ้านเราท่านสามารถสั่งซื้อ ขายWebMoney ผ่านเว็บ www.ecurrencyplus.com, www.egoldthai.com หรือ www.e-currencystore.com ได้ครับ
ข้อมูลบริษัท WebMoney
* ชื่อบริษัท : WM Transfer Ltd.
* ก่อตั้งปี : 1998
* ที่ตั้ง : 119049, 7 Koroviy Val str., Moscow, Russia
* ข้อมูลการติดต่อ
- FAX: +7 (495) 727-43-33
- Technical support call center
+7 (495) 727-43-33 - Moscow
+7 (812) 309-02-91 - St. Petersburg
+44 (203) 239-60-39 - UK
+1 (646) 205-28-89 - USA
รายละเอียดเบื้องต้น
* สมัคร: ฟรี
* ค่าธรรมเนียมรายเดือน: ไม่มี
* ค่าธรรมเนียมในการรับเงิน: ไม่มี
* ค่าธรมเนียมในการส่งเงิน: 0.8% สูงสุด 50 USD (WMZ)
วิธีการสมัคร
- Keeper Classic (แนะนำ)
เหมาะ สำหรับผู้ที่ใช้งานคอมพิวเตอร์หลายเครื่องหรือใช้งานคอมพิวเตอร์ร่วมกับผู้ อื่น เนื่องจากการสมัครแบบนี้จะเป็นลักษณะของการดาวน์โหลดโปรแกรม
การใช้งานมาติดตั้งที่เครื่องคอมพิวเตอร์ และเข้าใช้งานโดยใช้รหัสผ่าน
- Keeper Light
เหมาะ สำหรับผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์เครื่องเดียว และไม่มีผู้อื่นมาร่วมใช้คอมพิวเตอร์ด้วย เนื่องจากการสมัครแบบนี้จะเป็นการฝัง Certificate file
ไว้ที่เครื่องคอมพิวเตอร์ ทำให้สามารถเข้าใช้งานได้โดยไม่ต้องใช้รหัสผ่าน
วิธีสมัคร WebMoney Keeper Classic (แนะนำ)
เข้าไปที่เว็บ http://www.wmtransfer.com
แล้วดูตามรูปข้างล่างประกอบได้เลยครับ
หรือสามารถดูการสมัครได้ที่เวบตามรายชื่อนี้ครับ
http://e-currencystore.com/about_webmoney.php
http://www.ecurrencyplus.com/open_wmclassic.php
เกี่ยวกับบัญชี WebMoney
หลัง จากสมัครแล้วผู้ใช้งานจะได้รับหมายเลขบัญชี WebMoney (Webmoney Id หรือ WMId) ซึ่งเป็นตัวเลข 12 หลัก แต่เราจะไม่ใช้เลขบัญชีนี้ในการรับ - ส่งเงิน
เนื่องจาก WebMoney สามารถใช้งานได้หลายสกุลเงิน ดังนั้นผู้ใช้งานจึงต้องสร้างบัญชีย่อยประจำแต่ละสกุลเงินเพื่อใช้ในการรับ ส่งเงิน
* WMR - equivalent to RUR (R-Purse)
* WMZ - equivalent to USD (Z-Purse)
* WME - equivalent to EUR (E-Purse)
* WMU - equivalent to UAH (U-Purse)
* WMB - equivalent to Belorussian Roubles (B-Purse)
* WMY - equivalent to Uzbek Sum (Y-Purse)
* WM-C and WM-D - WMZ equivalent for transactions on - and D-purses
* WMG - equivalent of Gold (G-Purse)
ใน การรับส่งเงินนั้นจะใช้ หมายเลขบัญชีย่อยประจำแต่ละสกุลเงิน เช่น สกุล USD ก็จะใช้เลขบัญชีที่ขึ้นต้นด้วยตัว Z (Zxxxxxxxxxxxx) และ ทำการอ้างอิงด้วย WMId ดังนั้นหมายเลข WMId กับ หมายเลขบัญชีแต่ละสกุลเงินจึงจะไม่ใช่หมายเลขเดียวกัน
ประโยชน์การใช้งานของ Webmoney
1. ใช้สำหรับชำระสินค้าหรือค่าบริการต่างๆ : มี merchant หรือผู้ให้บริการจำนวนมากที่รับชำระเงินด้วย webmoney โดยส่วนใหญ่จะได้รับความนิยมในหมู่ประเทศแถบรัซเซียและยุโรป ซึ่งเราสามารถเช็คการให้เว็ปไซด็ ต่างๆเหล่านั้นได้ที่นี้
2. ใช้สำหรับรับส่งเงินระหว่างบัญชี(send money by e-mail): webmoney มีจุดประสงค์ที่สำคัญคือการให้สมาชิกสามารถส่งเงินออนไลน์หากันได้ โดยทาง webmoney จะมีบริการของตัวแทน(exchanger) สำหรับ ผู้ต้องการแลก เปลี่ยนสกุลเงิน(currency exchange) หรือสามารถ เปลี่ยนสกุลเงินต่างๆ ภายในบัญชีได้เอง หรือยังสามารถแลกเปลี่ยนสกุลเงิน webmoney เป็น e-currency อื่นๆ ได้อีก เราสามารถเช็คตัวแทน ในการแลกเปลี่ยน e-currency ได้ที่นี่
3. ใช้สำหรับลงทุนด้าน forex : มีโปรเกอร์จำนวนไม่ใช่น้อย ที่นิยมนำ webmoney มาใช้ชำระเงินผ่านระบบการลงทุน forex โปรเกอร์เหล่านั้นได้แก่maketiva.com , litforex.org, FxOpen.com เป็นต้น
จาก 2 วิธีที่กล่าวมานี้ อาจจะมีข้อดีข้อเสียต่างกัน ถ้าใช้แบบแรกก็สะดวกดี แต่ค่าธรรมเนียมแพง ถ้าใช้แบบที่สองก็จะยุ่งยากหน่อย แต่ค่าธรรมเนียมถูกกว่า แล้วแต่จะเลือกใช้นะครับ
จากนี้เราก็สามารถถอนเงินจากการเทรด Forex ออกมาใช้ได้แล้วครับ
ขอให้ทุกท่านลงทุนอย่างมีสติ และขอให้รวยๆ ทุกท่านครับ







